10 Jun

4 เทคนิค เพื่อลดปัญหาและช่วยการดูแลอย่างถูกวิธีเมื่อจัดฟัน fastbraces

4 เทคนิค เพื่อลดปัญหาและช่วยการดูแลอย่างถูกวิธีเมื่อจัดฟัน fastbrace วิธีดูแลฟันในขณะจัดฟัน กับ 4 เทคนิค เพื่อลดปัญหาและช่วยการดูแลอย่างถูกวิธีหลังจากที่เราได้รู้ไปแล้วกับหัวข้อเรื่องของ จัดฟัน ควรจัดเมื่อใด หรือฟันแบบไหนที่เข้าข่ายว่าจัดฟันกันไปแล้ว

ReadMore


10 Jun

เศรษฐีที่ร่ำรวยกำลังจะออกจากรัฐเหล่านี้ – และย้ายไปที่เหล่านี้แทน

คนรวยหลายพัน คนไม่สนใจที่จะลองทำในเมืองที่ไม่เคยหลับใหล ในความเป็นจริงตามการศึกษาใหม่พวกเขาจะ ออกจากรัฐนิวยอร์ก โดยสิ้นเชิง
จากข้อมูลของ IRS จากปีภาษีปี 2558 ถึงปี 2559 การศึกษา SmartAsset ใน เดือนมิถุนายน 2562 ได้ระบุว่านิวยอร์กเป็นรัฐที่มีคนรวยนับพันปีกำลังหนีไป

ReadMore


10 Jun

แคลิฟอร์เนียเห็นการเพิ่มขึ้นของยอดขายกระสุนก่อนกฎระเบียบใหม่ของปืน

ผู้ให้บริการกระสุนใน แคลิฟอร์เนีย เห็นยอดขายเพิ่มขึ้นก่อนกฎหมายของรัฐฉบับใหม่ที่จะควบคุมบุคคลที่พยายามซื้อกระสุน
ข้อเสนอ 63 ซึ่ง Gov. กาวินนิวซัม ทำรากฐานที่สำคัญของการรณรงค์ของเขาและได้รับการอนุมัติจากผู้ลงคะแนนในปี 2559 มีกำหนดจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม

ReadMore


10 Jun

บริการทำความสะอาด วิธีทำความสะอาดบ้านด้วยเบกกิ้งโซดา

บริการทำความสะอาด วิธีทำความสะอาดบ้านด้วยเบกกิ้งโซดา รวมวิธีทำความสะอาดบ้านด้วยเบกกิ้งโซดา ผลิตภัณฑ์ทำขนมที่มีหน้าตาธรรมดา ๆ แต่สามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรกและช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ในบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

ReadMore


10 Jun

United Technologies, Raytheon จะรวมอยู่ใน ‘การรวมกันของเท่ากับ’ หุ้นทั้งหมด

โปรไฟล์เครื่องยนต์กังหัน เทคโนโลยีการบิน รายละเอียดเครื่องยนต์อากาศยานเจ็ทในงานแสดงสินค้า PT6
Raytheon จาก United Technologies และ บริษัท รับเหมาด้านการป้องกันตกลงที่จะควบรวมกิจการทั้งหมดที่อธิบายไว้ว่าเป็น“ การควบรวมกิจการ” บริษัท ที่ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสร้าง บริษัท ที่มียอดขายต่อปี 74,000 ล้านดอลลาร์

ReadMore


10 Jun

รูปของวอเตอร์เกตโดดเด่นเมื่อเดมเริ่มรายงานการพิจารณาของมูลเลอร์ ยิง ‘Big Papi’

สวัสดีตอนเช้าและยินดีต้อนรับสู่ Fox News ก่อน นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้ในวันนี้ …ภาพวอเตอร์เกตในสปอตไลต์เมื่อเดมเริ่มพิจารณารายงานของมูลเลอร์
จอห์นดีนอดีตที่ปรึกษาทำเนียบขาวของริชาร์ดนิกสันและบุคคลสำคัญในเรื่องอื้อฉาววอเตอร์เกต คาดว่าจะอยู่ด้านหน้าและมุ่งหน้าไปที่แคปิตอลฮิลล์ในวันจันทร์เนื่องจากพรรคเดโมแครตจะเริ่มพิจารณาคดีในสัปดาห์นี้

ReadMore


10 Jun

อาหารสุขภาพ อาหารเย็นแคลอรี่ต่ำ

อาหารสุขภาพ อาหารเย็นแคลอรี่ต่ำ เทรนด์คนสวยสมัยนี้ต้องบอกว่า แรงจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะสวยหุ่นเพรียว สวยหุ่นอวบอั๋น หรือสวยแบบสาวตุ้ยนุ้ย ทุกคนล้วนสวยในแบบของตัวเองกันทั้งนั้น

ReadMore


10 Jun

Bieber โพสต์ทวีตที่แปลกประหลาดท้าทายทอมครูซเพื่อการต่อสู้

คุณจะไม่ ‘เชื่อ’ สิ่งนี้ Justin Bieber ในวันอาทิตย์ท้าให้ ทอมครูซ ทำการต่อสู้ใน“ แปดเหลี่ยม” และดูเหมือนจะลองและยั่วยุดาราดังกล่าวว่าถ้าเขาไม่ยอมรับเขาจะ“ ไม่ทำให้ชีวิตแย่ลง”

ReadMore


10 Jun

ฝ่ายตรงข้าม GOP กล่าวว่า AOC ‘วิ่งหนีไป’ อย่างแท้จริงเมื่อถูกท้าทายให้อภิปราย

ฝ่ายสหรัฐซานเดรียโอคาซิโอ – คอร์เตซ หันหางไปบนถนน Fifth Avenue ของแมนฮัตตันเพื่อหลีกเลี่ยงผู้ท้าชิงพรรครีพับลิกันในขณะที่ทั้งคู่เดินขบวนในขบวนแห่วันเปอร์โตริโกแห่งชาติเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ReadMore


10 Jun

เทคโนโลยี อยากได้ลูกแฝดต้องทําอย่างไร

เทคโนโลยี อยากได้ลูกแฝดต้องทําอย่างไร การมีลูกแฝด ถือเป็นความต้องการยอดฮิตของคู่สมรสหรือครอบครัวที่มีความพร้อมมากพอ ด้วยความที่ท้องครั้งเดียวแต่ได้เด็กน่ารักพร้อมกันถึง 2 คน (หรือมากกว่า) จึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ คนสงสัยว่าถ้าอยากได้ลูกแฝดต้องทำอย่างไร ? แต่ก่อนที่จะตัดสินใจ ผมอยากถามว่าคุณแม่ทราบถึงความเสี่ยงและผลที่อาจจะตามมาอย่างรอบด้านแล้วหรือยัง และเหตุใดแพทย์ถึงไม่อยากให้คุณแม่ตั้งครรภ์แฝด ? คราวนี้เรามาดูกันไปทีละหัวข้อกันดีกว่าครับ แล้วคุณแม่จะเข้าใจว่าทำไมผมถึงอยากให้คุณแม่ได้รู้ถึงข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจมีลูกแฝด

ชนิดของครรภ์แฝดและภาวะเสี่ยง

ครรภ์แฝด มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แฝดแท้ (เหมือนกันทุกอย่าง พบได้ราว 30% ของการตั้งครรภ์แฝดทั้งหมด) และแฝดเทียม (อาจเหมือนหรือไม่เหมือนก็ได้ เปรียบเสมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา เป็นกรณีที่พบได้ประมาณ 70% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด) สำหรับการตั้งครรภ์แฝดแท้นั้นถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าการตั้งครรภ์แฝดเทียม เพราะแฝดแท้นั้นเกิดจากการที่ตัวอ่อนมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นมามากกว่า 1 ภายหลังจากที่ตัวอ่อนได้ฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูกแล้ว หากการแบ่งตัวนั้นเกิดขึ้นเร็ว ตัวอ่อนก็สามารถแยกจากกันได้อย่างสมบูรณ์ มีถุงน้ำคร่ำอยู่คนละถุงแยกออกจากกัน โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อทารกจึงมีน้อยลง แต่หากเกิดการแบ่งตัวล่าช้า แม้ว่าตัวอ่อนจะแบ่งตัวออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์ก็ตาม แต่ก็อาจจะต้องมาอาศัยอยู่ภายในถุงน้ำคร่ำถุงเดียวกัน จึงมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง (เช่น สายสะดือพันกันจนทำให้ทารกในครรภ์เสียชีวิต) หรือในกรณีที่มีการแบ่งตัวล่าช้ามากจนเกินไปก็จะทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ทารกจึงมีร่างกายบางส่วนติดกัน (Conjoined twin) อย่างแฝดสยามอิน-จันที่เราเคยได้ยินกันมานั่นแหละครับ สำหรับภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์แฝดนั้นผมจะกล่าวถึงเฉพาะอาการที่สำคัญและพบได้บ่อย ๆ ดังนี้ครับ

– ภาวะแทรกซ้อนในระหว่างการตั้งครรภ์แฝด เช่น คุณแม่มีอาการแพ้ท้องมากผิดปกติ (อาจถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล), รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก, ท้องคุณแม่จะมีขนาดโตมากกว่าปกติ ส่งผลให้มีอาการปวดหลังได้มากกว่าคุณแม่ตั้งครรภ์เดี่ยว, เกิดเลือดจางมากขึ้น มีภาวะซีดได้ง่าย, มีโอกาสเกิดอาการครรภ์เป็นพิษหรือความดันโลหิตสูงมากกว่าครรภ์เดี่ยว 2-3 เท่า, เกิดภาวะรกเกาะต่ำ/รกลอกตัวก่อนกำหนด, เสี่ยงต่อการแท้งบุตร, สายสะดือของทารกพันกัน, ทารกถ่ายเทเลือดให้กัน (ทำให้ทารกอีกคนเกิดภาวะขาดเลือด เจริญเติบโตไม่เท่ากัน ทำให้ทารกพิการหรือเสียชีวิต) ฯลฯ

– ภาวะแทรกซ้อนในระยะการคลอดบุตร เช่น เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดสูงมาก (คุณแม่ครรภ์แฝดทั่วไปมักจะคลอดก่อนกำหนดประมาณ 3-4 สัปดาห์ แต่ถ้าคลอดก่อนกำหนดมาก ๆ จะมีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้มากเช่นกัน เช่น ปอดของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์และมักกลายเป็นโรคปอดเรื้อรัง เลือดออกในสมอง ลำไส้อักเสบ มีปัญหาเรื่องการหายใจและมีความเสี่ยงต่อการมองไม่เห็น เป็นต้น), แพทย์อาจต้องใช้เครื่องมือช่วยคลอด (เช่น การใช้คีมหรือเครื่องดูดสุญญากาศ), คุณแม่มีโอกาสได้รับการผ่าตัดทำคลอดสูงมาก

– ภาวะแทรกซ้อนในระยะหลังคลอด เช่น การตกเลือดหลังคลอด, การติดเชื้อหลังคลอด, ทารกมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์, อัตราการตายของทารกมีมากกว่าทารกครรภ์เดี่ยว 2-3 เท่า ฯลฯ

โอกาสเกิดลูกแฝด
จากสถิติทั่วไปพบว่า การตั้งครรภ์แฝดสองจะเป็นกรณีที่พบได้บ่อยที่สุดครับ ในอัตรา 1 ต่อ 89 ราย (ในการตั้งครรภ์เดี่ยว 89 ราย จะพบครรภ์แฝดสองเพียง 1 ราย) ส่วนแฝดสามจะพบได้ยากขึ้นในอัตราส่วน 1 ต่อ 892 คือ 89 x 89 = 7,921 ราย และสำหรับแฝด 4 จะเป็นกรณีที่พบได้ยากมาก ๆ ในอัตรา 1 ต่อ 893 คือ 89 x 89 x89 = 704,969 ราย[1] ส่วนอีกข้อมูลระบุว่าการตั้งครรภ์แฝดสองจะพบได้ประมาณ 1% ของการตั้งครรภ์ทั่วไป (1 ใน 100 ราย) แต่จะมีอัตราการเกิดเพียง 1 ใน 250 ของการคลอดครรภ์แฝดทั้งหมดครับ[2]

ปัจจัยที่ทำให้ได้ลูกแฝด
– กรรมพันธุ์ ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติการตั้งครรภ์แฝด คุณแม่จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น (การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของครรภ์แฝดนั้นจะมาจากทางฝ่ายแม่มากกว่าฝ่ายพ่อ)

– เชื้อชาติ ถ้าคุณแม่เป็นชนชาติแอฟริกันจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากกว่าคุณแม่ที่เป็นคนผิวขาวหรือคนผิวเหลือง (อัตราการเกิดครรภ์แฝดจะแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ ในคนผิวสีจะพบได้ประมาณ 1-4% ส่วนคนผิวขาวจะพบได้ประมาณ 0.7-1% และในคนผิวเหลืองอย่างเอเชียบ้านเราจะอยู่ที่ประมาณ 0.3% และเกือบทั้งหมดจะเป็นแฝดเทียมหรือแฝดต่างไข่ครับ)

– จำนวนครรภ์หรือการตั้งครรภ์หลัง ๆ คุณแม่ที่เคยคลอดบุตรมาแล้วหลายคนจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากขึ้นเช่นกัน เพราะการตั้งครรภ์หลายครั้งจะทำให้ไข่มีโอกาสตกเยอะขึ้น

– อายุของคุณแม่ในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าการตั้งครรภ์ตอนอายุน้อย ๆ ถึง 4 เท่า (อุบัติการณ์สูงสุดจะอยู่ที่อายุ 35-39 ปี เนื่องมาจากการที่ไข่เหลือเก็บ ต้องถูกกระตุ้นมาก ร่างกายจึงหลั่งฮอร์โมน FSH ออกมาเยอะ ไข่จึงมีโอกาสตกครั้งละมากกว่า 1 ฟอง) แต่ไม่แนะนำให้คุณแม่มีลูกตอนอายุมาก ๆ นะครับ เพราะจะมีโอกาสเกิดภาวะเสี่ยงได้มากกว่าคุณแม่ที่มีอายุน้อยหลายเท่า

– น้ำหนักและส่วนสูง บางข้อมูลระบุว่าคุณแม่ที่เป็นโรคอ้วน (มีน้ำหนักตัวหรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 30) และมีรูปร่างสูง จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น (ข้อมูลจากนิตยสาร Real Parenting)

– รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม ผลงานวิจัยของ ดร.แกรี่ สไตน์แมน ประจำศูนย์การแพทย์ที่เมืองลองไอแลนด์ มลรัฐนิวยอร์ก บอกว่าผู้หญิงที่ดื่มนมมากกว่าปกติ 5 เท่าจะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าผู้หญิงที่เป็นมังสวิรัติที่ไม่บริโภคอาหารประเภทเนื้อเลยถึง 5 เท่า !! นอกจากนี้ผลการวิจัยยังสันนิษฐานด้วยว่าโปรตีนที่พบในตับของสัตว์เป็นปัจจัยของการมีลูกแฝด เพราะโปรตีนชนิดนี้มีองค์ประกอบการเติบโตคล้ายอินซูลิน เรียกว่า IGF ที่พบได้ในนมวัวและผลิตภัณฑ์ของสัตว์อื่น ๆ ซึ่งเป็นโปรตีนที่จะช่วยให้รังไข่มีปฏิกิริยาไวขึ้นและช่วยเพิ่มจำนวนไข่ให้มากขึ้น

– การให้นมลูกอย่างต่อเนื่อง มีอีกหนึ่งงานวิจัยที่ระบุว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ให้นมลูกคนแรกอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลาจะมีลูกในครรภ์ที่สอง จะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูก (ข้อมูลจากนิตยสาร Real Parenting)

– กินยาคุมเกิน 3 ปีขึ้นไป เพราะเมื่อหยุดกินยาแล้วจะทำให้ไข่ตกมากขึ้น (ฤทธิ์ของยาจะไปกดฮอร์โมนใต้สมองทำให้ไข่ไม่ตก พอหยุดกินฮอร์โมนที่ถูกกดไว้จะถูกปลดปล่อยออกมา) จึงทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากขึ้น (แต่หลาย ๆ คนที่อยากมีลูกเร็ว ๆ คงจะทำวิธีนี้ไม่ได้)
ทานให้มาก ผู้หญิงที่กินเยอะ ๆ จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากกว่า เนื่องจากร่างกายมีความสมบูรณ์มากกว่า (แต่ก็ไม่แนะนำอยู่ดีครับ เพราะถ้าอ้วนขึ้นมาจะส่งผลเสียต่อลูกในท้องได้ครับ)

– รับประทานกรดโฟลิก มีงานวิจัยจากประเทศออสเตรเลียที่พบว่า กรดโฟลิกมีส่วนช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น แต่งานวิจัยนี้ยังมีนักวิจัยอื่น ๆ แย้งว่าเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยาก อย่างไรก็ตามการกินกรดโฟลิกก็เป็นเรื่องจำเป็นอยู่แล้วก่อนการตั้งครรภ์ (ข้อมูลจากนิตยสาร Real Parenting)
วิธีทําลูกแฝด

วิธีการมีลูกแฝด
สำหรับการมีลูกแฝดด้วยวิธีธรรมชาติตามที่กล่าวมานั้น แม้ว่าปัจจัยดังกล่าว “อาจจะ” ช่วยเพิ่มโอกาสให้มีลูกแฝดได้ก็ตาม แต่ถ้าคุณแม่ที่ไม่มีเชื้อชาติเป็นคนผิวสีหรือญาติทางฝ่ายคุณแม่ไม่เคยมีใครตั้งครรภ์แฝด ก็แทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้ลูกแฝดเลยครับ พูดง่าย ๆ ก็คือหวังผลอะไรไม่ได้เลยครับ ถ้าจะเรียกว่าเป็นเรื่องของดวงหรือความฟลุกก็คงจะไม่ผิด เรียกได้ว่าซื้อหวยยังถูกง่ายกว่าเลยครับ

แต่วิธีที่เป็นไปได้มากที่สุดและหวังผลได้ก็คือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์อย่างการทำเด็กหลอดแก้วครับ เพราะเป็นกรณีที่พบได้บ่อยที่สุดของการตั้งครรภ์แฝด ซึ่งจะทำให้ได้ลูกแฝดมากกว่าธรรมชาติถึง 20 เท่า !! (โดยเฉพาะแฝดเทียม) หากแพทย์ทำการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปมากกว่า 1 ตัวก็จะมีความเป็นไปได้ว่าตัวอ่อนทุกตัวหรือมากกว่า 1 ตัวที่ย้ายเข้าไปจะมีโอกาสฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นฝาแฝด ซึ่งตรงนี้ยังเป็นเรื่องที่เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในปัจจุบันไม่สามารถควบคุมให้ได้ทารกตามจำนวนที่ต้องการได้ครับ เรื่องจำนวนทารกจึงเป็นเรื่องของดวงหรือความฟลุกอีกเช่นกันครับ

อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วการทำเด็กหลอดแก้วจะมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์ของผู้ที่มีบุตรยากเท่านั้นครับ ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดเหมือนที่หลาย ๆ คนเข้าใจ เพราะการตั้งครรภ์แฝดนั้นถือเป็นภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ ถ้าคุณแม่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก แพทย์ก็คงไม่อยากเสี่ยงทำให้หรอกครับ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากและหวังฟลุกอยากมีลูกแฝด ถ้าเป็นโรงพยาบาลของเอกชนก็จะมีค่าใช้จ่ายในการทำเด็กหลอดแก้วร่วมกับการทำอิ๊กซี่ (IVF/ICSI) อยู่ที่ประมาณ 150,000-200,000 บาทครับ (ถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐบาลเขาจะไม่ให้เลือกครับว่าจะคุณจะเอาลูกแฝดหรือไม่ หรือจะเอาลูกแฝดกี่คน เพราะเป็นเรื่องที่ผิดจริยธรรม แม้ว่าปกติแล้วหมอจะต้องใส่ตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัวก็ตาม (ไม่เกิน 3) แต่นั่นก็หวังให้ติดเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น ถ้าใส่เกินนี้และเกิดติดทั้งหมด ก็จะเป็นอะไรที่เสี่ยงมากครับ แต่ถ้าคุณแม่หวังฟลุกอยากจะได้ลูกแฝดจริง ๆ ก็คงต้องปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนครับ)

เพราะฉะนั้นแล้วการตั้งครรภ์ที่มีทารกเพียงคนเดียว จึงมีความปลอดภัยมากกว่า แถมคุณแม่ยังสามารถเอาใจใส่ดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ผมจึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่สมัยใหม่ได้ปรับเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการมีลูกแฝดว่า อย่ามองแต่เพียงความน่ารักของตัวเด็กแล้วเกิดความคิดที่อยากจะมีลูกแฝดเหมือนครอบครัวอื่น ๆ ผมอยากให้คุณแม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสมบูรณ์ของลูกน้อยมาเป็นอันดับแรก เพราะแม้จะมีหลาย ๆ ครอบครัวที่โชคดีมาก ๆ ที่สามารถผ่านพ้นความเสี่ยงต่าง ๆ มาได้ตลอดการตั้งครรภ์ แต่ก็มีอีกหลายครอบครัวเลยครับที่ต้องผิดหวังไปกับการสูญเสียทารกในครรภ์จากการตั้งครรภ์แฝด แถมยังต้องมาลุ้นกันต่ออีกว่าลูกแฝดที่ออกมานั้นจะเป็นแฝดแท้ที่มีหน้าตาเหมือนกันอย่างที่คุณแม่ต้องการหรือเปล่า เพราะถ้าลูกแฝดเทียมขึ้นมาก็คงไม่ต่างอะไรจากพี่น้องที่คลานตามกันมาหรอกครับ อีกทั้งโอกาสที่จะได้แฝดเทียมก็มีสูงกว่าแฝดแท้ด้วยครับ ยังไงก็ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการตัดสินใจกันดูนะครับ